| Pongsagone 的个人资料มองเห็นเธอทุกครา...照片日志列表 | 帮助 |
|
7月8日 เมื่อกีตาร์ของผมร้องไห้เบาๆshort story
หนึ่งปีมาแล้วที่ผมนั่งอยู่ตรงนี้ มองผู้คนผ่านไปมาทั้งหญิงและชาย พร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง คำพูดหวานหลอกลวง เพื่อกระเซ้าความอยากของกำหนัด ผมจำไม่ได้ว่าเธอจากผมนานเท่าไร เวลา และทุกอย่างได้สูญหายไปพร้อมๆกันพร้อมกับตัวตนของเธอ ผมกำลังตรอมใจงั้นหรือ? เพียงเพราะคำพูดคำเดียวว่า “ไม่ใช่” จากปากของเธอ ผม “ไม่ใช่” สำหรับเธอ นั่นคือเหตุผลที่เธอให้ เพราะเธอยังไม่เจอคนที่ฝัน และคนที่เธอเจอก็ยังไม่ใช่คนที่เธอฝัน ผมไม่ค่อยเข้าใจ หนึ่งในร้อยเหตุผลที่เธอใช้ รู้แค่ว่าผมชอบเธอ และรักเธออย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งควรจะรักผู้หญิงคนหนึ่ง โลกนี้มีอะไรอีกมากมายที่ผมยังไม่เข้าใจและบางทีการที่ไปเข้าใจสิ่งเหล่านั้นรังแต่จะทำให้คุณร้องไห้ซะเปล่าๆ เสียงกีต้ายังคงกรีดกรายผ่านอากาศเบาๆ คล้ายกับว่ามันกำลังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา หรือบางทีอาจจะเป็นผมที่กำลังร้องไห้ให้กับความเฉยชาของจิตใจของตัวเองเคล้ากับแสงไฟนีออนในย่านสีลมยามดึกเช่นนี้ “เพลงที่เธอร้อง ทำนองเศร้าจัง แต่ฉันชอบนะ มันชื่อเพลงอะไรเหรอ?” นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักนิดหลังจากที่เธอโยนเหรียญห้าบาท ใส่ลงในกระเป๋ากีตาร์ของผม ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ นิดเป็นผู้หญิงที่สวยในสายตาผม เธอหุ่นดีผิวขาวนวล หน้าตาคงรูป ดูได้กลมกลืน ปากของเธอแดงฉาดโดยไม่ต้องใช้ลิปสติก ตาของเธอคมจัดวางสวยคู่กับใบหน้า ฟันสีขาวเรียงอย่างเป็นระเบียบ “While my guitar gently weeps ของ The Beatle” ผมตอบเธอ เธอทำหน้างงๆ อมยิ้มเล็กน้อย และนั่งลงพร้อมกับเอามือกุมเข่าอยู่ข้างหน้าผม เธอนั่งคุยกับผมฆ่าเวลา “ฉันเห็นเธอดีดกีตาร์ร้องเพลงอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว เธอไม่คิดจะทำอย่างอื่นบ้างเหรอ” เธอถามผม ผมไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆ เธอเข้ามาคุยกับผม กับนักกีตาร์เร่ร่อน แต่งตัวซอมซ่อ และอาบน้ำครั้งสุดท้ายก็คงห้าเดือนที่แล้วเห็นจะได้ “ยังไม่รู้จะทำอะไร แค่อยากนั่งอยู่ตรงนี้ มันเป็นสิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้ และผมก็รู้สึกดีกับมัน” “ฮิๆ เธอนี่ตลกจัง เธอจะทำอย่างนี้ไม่ได้ไปจนตายหรอกนะ เธอควรจะมีความฝันบ้างสิ อย่างฉันน่ะ ฉันฝันว่าซักวันหนึ่ง ฉันจะเจอคนที่ฉันรัก และเขาก็จะรักฉันอย่างแท้จริง จากนั้นฉันจะเปิดร้านขายชุดแต่งงานเล็กๆสักร้าน และจะมีครอบครัวน่ารักๆ ที่อบอุ่น” เธอพูดพร้อมกับจ้องมาที่หน้าผม สายตาของเธอเป็นประกายทุกครั้งที่เธอพูดถึงอนาคตและความฝัน ความฝันที่คอยหล่อเลี้ยงผู้คนให้มีชีวิต ความฝันที่ทำให้เธอหายใจ ผมรู้สึกได้ ณ วินาทีนั้นว่า เธอช่างเป็นผู้หญิง ที่บริสุทธิ์ปราศจากมลทินใดๆ หรือบางทีอาจจะเป็นช่วงเวลานี้กระมังที่คนเรามีจิตใจที่แจ่มใสที่สุด ผมยิ้มตอบเธอน้อยๆ โดยไม่พูดอะไร เธอจากไปพร้อมกับขอให้ผมดีดเพลงเพราะๆอย่างนี้ให้เธอฟังยามที่เธอเหงา ผมพยักหน้าตอบเธอน้อยๆเป็นการสัญญา หลายๆคนฝัน ผมก็เคยมีความฝัน แต่มันก็จางหายไปพร้อมกับเวลา และเธอที่รักของผมนานแสนนานมาแล้ว ณ ตอนนี้ผมคงพูดได้เพียงว่า ผมเป็นเพียงซากที่กองอยู่ในสังคมโสมมของมนุษย์ และเป็นเพียงเม็ดทรายในจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าของตัวตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมืองไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งในโลกที่บอกว่า โสเภณีหรือ กะหรี่เป็นสิ่งผิดกฎหมายและเมืองไทยก็เป็นอีกประเทศหนึ่งในโลกที่ถึงแม้การเป็นกะหรี่ของผู้หญิง จะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีผู้หญิงที่เป็นกะหรี่มากมาย นิดเป็นหนึ่งในนั้น เธอทอดร่างกายที่ไร้ค่าและเปลือยเปล่าลงบนร่างของชายเหล่านั้น ที่เธอไม่รู้จัก ไม่ใช่ญาติ ไม่ได้รักในตัวตนของเธอและจิตใจของเธอ ให้พวกมันเหล่านั้น หายใจใคร่รด ปล่อยกำหนัดและความอยากลงบนตัวเธอ แต่งแต้มราคะอย่างสกปรกและหยาบคาย เมื่อเสร็จกิจกรรมสถุน สิ่งที่เหลืออยู่ในมือของนิดคือ เศษกระดาษสองสามใบ เพื่อระบายสีสันความฝันแห่งอนาคตของเธอให้เป็นจริง “นี่ๆ นายกีตาร์” ผมไม่รู้ว่าเธอตั้งชื่อให้ผมเมื่อไร แต่ผมก็ยินดีในชื่อใหม่นั้น “ตอนนี้ ฉันน่ะเก็บเงินได้เยอะแล้วน้า อีกไม่นานฉันคงจะไม่ได้ฟังเพลงเราะๆจากนายแล้วละ เสียใจใช่ไหมละที่จะไม่มีแฟนเพลงน่ารักอย่างฉันมานั่งฟังเธอร้องเพลงแล้ว” สายตาของเธฮช่างบริสุทธิ์ ยามจ้องมาที่ผม เราคุยกันแบบนี้มาได้หลายเดือนแล้ว หลายเดือนที่เธอผ่านมาขึ้นรถไปกับผู้ชายคนนั้น เดินไปกับผู้ชายคนนี้ ผมไม่เคยถามว่าเธอรู้สึกเช่นไร เมื่อต้องไปกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก แต่ผมเชื่อว่าเธอคงไม่ยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นสักเท่าไร และถ้าสังคมมีทางเลือกให้กับเธอมากกว่านี้ เธอคงไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้ เมฆสีดำทมึนครึ้มกำลังลอยมา โมเลกุลของน้ำเริ่มจากอะตอมเกาะยึดเกี่ยวกวัดไขว้และหลอมรวมกันจนเป็นหยดไอน้ำเล็กๆ หยดไอน้ำเล็กๆหลอมรวมกันเป็นหยดน้ำขนาดใหญ่และเมื่อน้ำหนักมากพอ หยดน้ำเหล่านั้นจึงรักที่จะติดตามแรงดึงดูดของโลก และตกลงมาเป็นสายฝนนับล้านๆบนแผ่นดิน ทุกครั้งที่ฝนตก ผมจะไม่สามารถนั่งทำงานได้ และต้องย้ายหลบเข้ามุมตึกแถวนั้นเรื่อยมา สายตาผมเหม่อลอย พลางมองเม็ดฝน ที่ตกเปาะแปะลงบนถนนยางมะตอยเบื้องหน้า เอ่อล้นไหลรวม เป็นสีดำลงไปตามท่อข้างทาง เศษขยะเน่าเหม็นและความโสมมของมนุษย์ค่อยๆหายไปจากโลกทีละน้อย “ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วย คนฆ่าตัวตาย มาช่วยกันหน่อย เร็วๆเข้า เร็วๆ” ผมสะดุ้งเฮือกตามเสียงของแม่ค้าร้านขายส้มตำฝั่งตรงกันข้ามของฝั่งถนน ตะโกนบอกสัญาณกับทุกๆคน มีหลายครั้งที่คนย่านนี้ฆ่าตัวตาย และส่วนใหญ่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความอ่อนแอของตัวเอง ก็คือผู้หญิงขายตัวในย่านนี้ ในทุกๆครั้งผมไม่เคยยินดียินร้ายเท่าไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกได้ว่าใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไรนัก ผมรีบแหวกฝูงคนเข้าไปดู สายตาพร่ามัวจากน้ำฝนที่ยังท่วมเปียกโชก อยู่เมื่อครู่ ผมขยี้ตาและปาดน้ำออกเพื่อที่จะมองร่างที่นอนจมกองเลือดเบื้องหน้า “นิด!!!” ผมไม่ได้ตาฝาด ร่างเบื้องหน้าเป็นร่างของนิด ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พูดคุยกับผม เธอเพียงคนเดียวที่เพียรเล่าความฝัน และอนาคตของเธอให้ผมฟังวันแล้ววันเล่า เธอเพียงผู้เดียวที่ทำให้ผมมองเห็นความงดงามของโลกที่ผมยืนอยู่ เธอได้จากโลกนี้ไปแล้ว เธอฆ่าตัวตาย เลือดไหลนองแดงฉานแต่งแต้มปูนสีเทา น้ำตาของผมไหลออกมาพร้อมกับฝนที่กำลังตกลงมาอีกรอบอย่างไม่รู้ตัว น้ำตาที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างถูกต้องทุกๆครั้ง สายฝนชะล้างน้ำตาของผม และเลือดของนิดลงไปในท่อสีดำข้างถนน น้ำตากำลังจางหายไป เลือดสีแดงกำลังจางหายไป เศษขยะเน่าเหม็นและความโสมมของมนุษย์กำลังหายไปจากโลกที่ละน้อย “ก็อีนิดมันโดนโกง...” “...เห็นได้ข่าวว่ามันท้องด้วย” “ มันเป็นเอดส์รึเปล่า??...” เสียงกระซิบกระซาบนินทา ลอยผ่านไปมา ประสาทรับความรู้สึกของผมไม่สนใจสิ่งใดๆอีกต่อไป สติล่องลอย คำถามผุดขึ้นมากมาย ผมหันหลังกลับ หลบสายตาจากร่างแดงฉานเบื้องหน้า และเดินข้ามถนนกลับมายังที่นั่งทำงานของผมในขณะที่ฝนยังคงตกอยู่ หยดน้ำที่ไหลผ่านหลังคาฝุ่นคลัก ค่อยๆไหลผ่านใบหน้าของผมเข้าไปในดวงตา ผ่านริมฝีปาก แม้รสขมฝาด ผมกลับไม่รู้สึกถึงสิ่งใดอีกต่อไป “พี่ครับๆ” ผมสะดุ้ง เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ยิ้มแฉ่งให้กับผมอยู่เบื้องหน้า ผมแปลกใจว่าเด็กคนนี้กำลังเรียกผมอยู่ทำไม พลางมองก้มลงไปที่มือ เขายื่นซองจดหมายซองหนึ่งมาให้ผม ผมรับซองนั้นมา และเด็กคนนั้นก็เดินจากไป ข้างในซองมีกระดาษอยู่แผ่นหนึ่ง เขียนข้อความว่า “นายกีตาร์ นายจะมามัวนั่งดีดกีตาร์อยู่ตรงนี้ตลอดชีวิตไม่ได้นะรู้ป่าว” ลงท้าย “นิด ^_^”
น้ำตาของผมไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวอีกครั้ง มือถูกกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว ปากถูกแหกร้องตะโกนออก ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ และไม่อายใคร น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง และอีกครั้ง... -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แรงบัลดาลใจจากเพลง While my guitar gently weeps โดย The Beatle (Gorge Harrison) I look at you all see the love there that's sleeping
评论 (5)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://kirogost.spaces.live.com/blog/cns!3FF5D1F68090C280!1724.trak 引用此项的网络日志
|
|
|